เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมมีความยินดีทีจะรายงานให้ทราบว่า บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องอีกปีหนึ่งในปี 2561 แม้ว่าบริษัทฯ จะต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายๆ ด้านที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งในเรื่องของแนวโน้มตลาดและความคาดหวังของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของดิจิทัลเทคโนโลยีซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2561 ซี่งเป็นผลจากการเกิดความขัดแข้งทางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน การลดลงอย่างรุนแรงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนหลังจากเกิตอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ตในเดือนกรกฎาคม การที่บริษัทฯ ยังคงสามารถที่จะรักษาผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นผลมาจากความแข็งแกร่งของแบรนด์ของบริษัทฯ ความทุ่มเทและความมุ่งมั่นในการทำงานของพนักงานเพื่อที่จะส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การพัฒนารสชาติและคุณภาพของอาหารอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการให้ความสำคัญต่อการควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการขยายเครือข่ายสาขาร้านอาหารอยู่ตลอดเวลาเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนและรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจอาหาร โดยในปี 2561 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาร้านอาหารใหม่เพิ่มขึ้นอีก 47 แห่ง แบ่งเป็น MK และ MK LIVE ซึ่งเป็นร้านอาหารประเภทสุกี้ยากี้ 20 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่น Yayoi 20 สาขา และร้านอาหารอื่นๆ อีก 7 สาขา และร้านอาหารอื่นๆ อีก 7 สาขา อนึ่ง ผมมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบอีกว่า ในจำนวนสาขาที่เปิดใหม่นี้ มีสาขาใหม่ 4 สาขาที่เปิดในรูปแบบใหม่และแบรนด์ใหม่ เรียกว่า “Bizzy Box” ซึ่งเป็นร้านอาหารข้าวกล่องพร้อมทานที่ปรุงสดใหม่ทุกมื้อ โดยเริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2561 ในเชิงการเงิน บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 16,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 4.3 และมีรายได้รวมเท่ากับ 17,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 4.7 จากปีก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักเกิดจาดการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นซึ่งมาจากกำไรจากการขายสินทรัพย์ถาวร ส่วนกำไรสุทธิสำหรับปี 2561 เท่ากับ 2,574 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 6.1 ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ กำไรสุทธิต่อหุ้นก็ได้เพิ่มขึ้นจาก 2.65 บาทต่อหุ้นสำหรับปี 2560 เป็น 2.79 บาทต่อหุ้นสำหรับปี 2561



นายฤทธิ์ ธีระโกเมน
ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในปี 2561 บริษัทฯ ได้มีการดำเนินการทางกลยุทธ์ที่สำคัญเพื่อขยายธุรกิจของบริษัทฯ ด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ชื่อ “บริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ จำกัด” เพื่อดำเนินธุรกิจขนส่งและคลังสินค้า บริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป และบริษัท Senko Group Holdings ในสัดส่วนประมาณ 50:50 โดยมีทุนจดทะเบียนและชำระเต็มมูลค่าแล้วเท่ากับ 1,300 ล้านบาท Senko Group Holdings เป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับสองในธุรกิจการให้บริการขนส่งในประเทศญี่ปุ่นและมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษทางด้านการขนส่งที่เป็นห้องเย็น (Cold Chain Logistics) บริษัท เอ็ม-เซนโค ได้เริ่มเปิดดำเนินการในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 โดยในระยะแรกได้ให้บริการขนส่งกับทางบริษัทฯ และมีแผนที่จะขยายการให้บริการขนส่งและคลังสินค้าให้กับลูกค้าอื่นๆ อีกในอนาคมอันใกล้นี้ บริษัทฯ เชื่อมันว่า จากการรวมจุดแข็งของผู้ร่วมทุนทั้งสองฝ่าย บริษัท เอ็ม-เซนโค จะสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ในอนาคตอันใกล้นี้ซึ่จะเป็นการสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วย

จากการที่เป็นที่ยอมรับถึงผลงานที่ดีเด่นของบริษัทฯ เกี่ยวกับทางด้านการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ บริษัทฯ จึงได้รับรางวัลความเป็นเลิศต่างๆ จากสถาบันการจัดอันดับที่มีชื่อเสียงในเรื่องนี้ในปี 2561 ดังนี้

  1. รางวัล “Thailand Corporate Excellence Awards 2018” ในด้านความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ (Innovation Excellence) จากสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
  2. รางวัล “The Most Powerful Brand of Thailand 2018” ในหมวดร้านอาหารที่มีสาขา ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งจัดโดยคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในทุกๆสองปี
  3. รางวัล “NO.1 Brand Thailand 2017-2018” ในฐานะแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 หมวดร้านอาหารที่มีสาขา จากนิตยสารมาร์เก็ตเธียร์

" จากผลการดำเนินงานที่น่าพอใจสำหรับปี 2561 และฐานะการเงินที่น่าพอใจสำหรับปี 2561 และฐานะทางการเงินที่มั่นคงของบริษัทฯ คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติเห็นควรเสนอให้จ่ายเงินปันผลทั้งปีในอัตรหุ้นละ 2.50 บาท (ปี 2560:2.30 บาท) โดยที่บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 1.20 บาท ดังนั้นหากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอมาในครั้งนี้ บริษัทฯก็จะดำเนินการจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 1.30 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 นี้ "


เมื่อมองไปในปี 2562 แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัจจุบันลบภายนอกหลายอย่างเช่น การเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะชะลอตัวลง ความตึงเคลียดทางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและจีนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยและความไม่แน่นอนของ Brexit แต่คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 น่าจะยังคงสามารถที่จะเติบโตต่อไปได้ แม้ว่าจะเป็นการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเล็กน้อย จากร้อยละ 4.1 ในปี 2561 เป็นร้อยละ 4.0 ในปี 2562 โดยการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะเกิดจากแรงผลักดันที่สำคัญ คือ การบริโภคภายในประเทศ การลงทุนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว จากการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ที่มีแนวโน้มที่เป็นบวกตามที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับความแข็งแกร่งของแบรนด์ของบริษัทฯ การมีโครงสร้างพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจที่ดีและมีประสิทธิภาพ และทีมบริหารที่ทุ่มเท และมีความสามารถและประสบการณ์สูง รวมทั้งความมุ่งมั่นที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีและความรู้สึกที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า บริษัทฯ จึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาผลการดำเนินงานที่ดีในปี 2562 เช่นเดียวกับในอดีตที่ผ่านมา และสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นให้เพิ่มขึ้นไปอีกในปีต่อๆไป

สุดท้ายนี้ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณพนักงานทุกคนที่มีความรักและผูกพันกับองค์กรและมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ความสามารถ และขอขอบคุณผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุนและกำลังใจเพื่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ รวมทั้งขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจต่อร้านอาหารและบริการของบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา